03.09.2554 ได้มาเยือน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม ภูมิภาคมัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมา

269. วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

วันเสาร์ ที่ 3 เดือน กันยายน พ.ศ.2554

ได้มาเยือน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมา





0394. วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYT) แปลว่า แสงสว่างแห่งธรรม 

เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพุกาม สร้างโดย กษัตริย์ Narathu ผู้ซึ่งได้รับคำเรียกขานว่า "Kalagya Min or the king killed by kalas" หรือ กษัตริย์ผู้ถูกสังหารด้วยชาวกะลา






0391. ประตูทางเข้า - ออก วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI)







0392. คำจารึกเป็นภาษาเมียนมาร์ (อ่านไม่ออก) บางแห่ง เป็นภาษาอังกฤษยังอ่านเข้าใจยากเลยครับ

อีกหน่อยคงต้องแนะนำ รัฐบาลแห่งสหภาพเมียนมาร์ให้เขียน "ภาษาไทย" เพิ่ม เพราะนักท่องเที่ยวชาวไทยมาไหว้พระที่เมียนมาร์ มาก นะครับ





0393. กำแพง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) ที่ยังเห็นอยู่ในปัจจุบัน

เห็นไม่ชัด ต้องค่อยๆเดินไปให้ใกล้ๆกับกำแพงก่อนนะครับ (ไม่ได้สวมรองเท้า ทำให้เดินได้ลำบาก นิดหน่อย)






0395. กำแพง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) ที่ยังเห็นอยู่ในปัจจุบัน





0396. วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

เขาเล่าต่อๆกันมาว่า...

วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เป็นวิหารที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้านระธู(Narathu) เพื่อล้างบาปจากการทำปิตุฆาต คือฆ่าบิดา (การฆ่าบิดา มารดา นั้นถือว่าเป็นอนันตกิริยกรรม คือ เป็นกรรมหนักจะต้องตกนรกอเวจี) 

เพราะพระองค์เกิดความปริวิตกว่าบาปจากกระทำปิตุฆาตนั้นใหญ่หลวงและจะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า วิหารแห่งนี้ยิ่งใหญ่แต่มีที่มาจากตำนานอันโหดร้ายและเสมือนเป็นตัวแทนของตำนานความโหดร้ายผิดบาปที่เล่าขานต่อกันมาจนปัจจุบัน 





0397. วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

ไกด์ได้เล่าว่า ในการก่อสร้างวิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) อิฐทุกก้อนสมานกันแนบสนิท แม้เข็มเพียง 1 เล่ม หากสอดผ่านรอยต่อได้คนงานก่อสร้างจะต้องถูกตัดนิ้วทันที 

(Moonfleet ฟังถึงตรงนี้ ก็จินตนาการไปว่า พระองค์คงจะกลัวว่า ถ้ามีรู หรือ ช่องเล็กๆ แล้วจะทำให้ วิญญานของพระองค์ต้องหลุดรอดไปสู่ นรกอเวจี นะครับ)





0398. ทางเข้า วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์





0401. พระพุทธรูป แห่ง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์





0402. พระพุทธรูป แห่ง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

เข้าใจว่าประดิษฐานอยู่ด้าน "ทิศเหนือ" ครับ





0400. หลักศิลาจารึก แห่ง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

เท่าที่ฟังเกี่ยวกับ เรื่องราวของผู้สร้างวิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) ได้ความดังนี้ (กรุณาอย่านำไปอ้างอิงนะครับ)

วัดธรรมธันจี หรือ วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI TEMPLE) สร้างขึ้นโดยพระเจ้านระธู(Narathu) ผู้ได้รับการกล่าวขานว่า "Kalagya Min or the king killed by kalas." หรือ กษัตริย์ผู้ถูกสังหารโดยชาวกะลา

พระองค์ได้กระทำปิตุฆาต คือ สังหารบิดา ซึ่งเป็น อนันตริยะกรรม

คำว่า อนันตริยกรรม เป็นคำยืมจากภาษาสันสกฤต มาจากคำว่า อนนฺตริย ซึ่งแปลว่า ไม่มีช่องว่าง กับคำว่า กรฺม ซึ่งหมายถึง การกระทำที่ทำด้วยความจงใจ คำว่า อนันตริยกรรม มีความหมายตามรูปศัพท์ว่า การกระทำที่ไม่มีช่องว่าง หมายถึง การกระทำที่ไม่มีช่องว่างระหว่างกรรมที่กระทำลงไปแล้วกับวิบากหรือผลที่จะตามมา นั่นคือ กรรมที่จะต้องได้รับผลแห่งการกระทำนั้นทันทีโดยไม่ต้องรอเวลาที่ผลกรรมจะตามมาสนอง สาเหตุที่ต้องรับผลกรรมทันทีก็เพราะว่าเป็นกรรมชั่วหรือเป็นความผิดร้ายแรงที่สมควรได้รับโทษรุนแรงอย่างที่สุด อนันตริยกรรมจึงมิได้หมายถึงกรรมโดยทั่วๆ ไป แต่หมายเอาเฉพาะกรรมชั่วที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น 

อนันตริยกรรมมี ๕ ประการ ได้แก่ 

๑. การทำมาตุฆาต หรือการฆ่ามารดาของตน 
๒. การทำบิตุฆาต หรือการฆ่าบิดาของต 
๓. การทำอรหันตฆาต หรือการฆ่าพระอรหันต์ 
๔. การทำโลหิตตุปบาท หรือการทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงกับห้อเลือด 
๕. การทำสังฆเภท หรือการทำให้หมู่สงฆ์แตกแยกกัน 

พุทธศาสนาเชื่อว่าผู้ที่ทำกรรมชั่วขั้นที่เรียกว่า อนันตริยกรรมนั้นจะต้องไปชดใช้กรรมที่ตนก่อในนรกขั้นที่ต่ำที่สุดที่เรียกว่า อเวจีมหานรก จะไม่มีโอกาสได้ขึ้นสวรรค์และไม่มีโอกาสได้เข้าสู่พระนิพพาน 

พุทธศาสนาสอนให้คนรักชีวิตของตนเองและชีวิตของผู้อื่น ดังนั้น จึงถือว่าการฆ่าหรือทำลายชีวิตไม่ว่าจะเป็นชีวิตของตนเองหรือชีวิตของผู้อื่นนั้นเป็นบาป ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตที่เราฆ่าจะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ หรือสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ก็ตาม ยิ่งถ้าฆ่ามนุษย์ก็ยิ่งถือเป็นบาปหนัก เพราะผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์คือผู้ที่กำลังสะสมบุญและมีโอกาสหลุดพ้นจากสังสารวัฏได้ 

ถ้าหากฆ่ามนุษย์ผู้เป็นบิดามารดาของตน หรือพระอรหันต์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นบาปหนักหลายเท่าทวีคูณ เพราะบิดามารดาเป็นผู้ให้กำเนิดแก่ตน เป็นผู้เลี้ยงดูให้การศึกษาอบรมแก่บุตรเพื่อหวังให้บุตรมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ผู้เป็นบุตรทุกคนมีหน้าที่ต้องกตัญญูต่อบิดามารดาของตนโดยการเลี้ยงดู ยกย่อง เทิดทูนและทำให้ท่านมีความสุขทั้งกายและใจ หากบุตรคนใดอกตัญญูทำร้ายบิดามารดาจนถึงแก่ชีวิตก็สมควรได้รับโทษที่สาหัสที่สุด 

ส่วนพระอรหันต์เป็นผู้มีปัญญาและความเพียรมากจนสามารถปฏิบัติธรรมบรรลุความหลุดพ้นตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ การฆ่าพระอรหันต์ผู้หมดกิเลสจึงเป็นบาปกรรมหนัก เช่นเดียวกับการฆ่าบิดามารดา พระพุทธศาสนาจึงถือว่า การฆ่าบิดามารดา ฆ่าพระอรหันต์เป็นกรรมหนักขั้นอนันตริยกรรม 

พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อสรรพสัตว์ในโลกนี้เป็นอย่างมาก เพราะพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยปัญญา สามารถตรัสรู้ธรรมอันลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยพระกรุณา นำธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้แล้วนั้นมาสั่งสอนสัตว์โลกให้เห็นทางสว่างและปฏิบัติตนเพื่อความสุขเนื่องจากปราศจากกิเลสที่จะทำให้เป็นทุกข์ทั้งทางกายและใจ และหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ผู้ที่ทำร้ายพระพุทธเจ้าแม้แต่เพียงทำให้พระองค์ห้อเลือดหรือที่เรียกว่า โลหิตุปบาท นั้น นอกจากจะถือว่าเป็นผู้อกตัญญูอย่างยิ่งต่อผู้ทรงคุณอันประเสริฐต่อโลกและสรรพชีวิตแล้ว ยังถือว่าเป็นผู้ที่มีใจบาปหยาบช้า กรรมที่ทำให้พระพุทธเจ้าถึงกับห้อเลือดถือเป็นบาปกรรมขั้นอนันตริยกรรม 

ส่วนการทำสังฆเภทหรือการทำให้พระภิกษุสงฆ์แตกความสามัคคีกันนั้น ถือเป็นอนันตริยกรรมด้วย ก็เพราะการทำสังฆเภทก็เท่ากับการทำลายความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา เพราะภิกษุสงฆ์เป็นทายาททางธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นผู้สืบอายุพระพุทธศาสนา การทำให้พระภิกษุสงฆ์แตกแยกกันอย่างกรณีที่พระเทวทัตยุยงให้ภิกษุแตกความสามัคคีกัน จึงจัดว่าเป็นการทำบาปที่หนักมาก 

การที่ภิกษุบางรูปแยกการปฏิบัติไปตามที่พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาตให้แก้ไขพระวินัยบางข้อที่ไม่เหมาะสมได้ ทำให้เกิดเป็นพุทธศาสนานิกายมหายานขึ้นนั้น ไม่จัดว่าเป็นการทำสังฆเภท เพราะไม่ได้ทำให้ภิกษุแตกความสามัคคีหรือทะเลาะกัน แต่เป็นการแยกตนออกไปปฏิบัติตามแนวทางที่เห็นว่าจะทำให้พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองอีกแนวทางหนึ่งเท่านั้น 

บทความ-สารคดี 
โดย กาญจนา นาคสกุล 




0403. ทางเดินภายใน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์





0404. ทางเดินภายใน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์





0405. ทางเดินภายใน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

ช่องอากาศ และ ช่องแสงว่าง เข้าบริเวณภายในวิหารครับ





0406. ทางเดินภายใน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

ช่องอากาศ และ ช่องแสงว่าง เข้าบริเวณภายในวิหารครับ





0407. ทางเดินภายใน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

ถ้าได้เข้ามาในยามค่ำคืน หรือ เข้ามาคนเดียว คงจะ "วังเวง และ น่ากลัว" ครับ





0408. พระพุทธรูป แห่ง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์





0409. พระพุทธรูป แห่ง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

เข้าใจว่าประดิษฐานอยู่ด้าน "ทิศตะวันออก" ครับ




0410. พระพุทธรูป แห่ง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

เข้าใจว่าประดิษฐานอยู่ด้าน "ทิศใต้" ครับ





0411. พระพุทธรูป แห่ง วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมาร์

เข้าใจว่าประดิษฐานอยู่ด้าน "ทิศตะวันตก" ครับ

-----------------------------------------------------------------------------



วันเสาร์ ที่ 3 เดือน กันยายน พ.ศ.2554

ได้มาเยือน วิหารธรรมยันจี (DHAMMAYANGYI) เมืองพุกาม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี่ยนมา


Create Date : 24 กันยายน 2554

---------------------------------------------------------------------

*****

Dhammayangyi Temple

From Wikipedia, the free encyclopedia
Dhammayangyi Temple
ဓမ္မရံၾကီးပုထိုး
Dhammayangyi Temple at Bagan,Myanmar.jpg
Dhammayangyi Temple as seen from the northwest
Dhammayangyi Temple is located in Myanmar
Dhammayangyi Temple
Location within Burma
Basic information
Geographic coordinates21°09′43.11″N94°52′22.51″ECoordinates21°09′43.11″N 94°52′22.51″E
AffiliationTheravada Buddhism
CountryMyanmar
Completed1167-1170 AD
Buddha Statues inside the Dhammayangyi Temple
Dhammayangyi Temple (Burmeseဓမ္မရံၾကီးပုထိုးIPA: [dəma̰jàɴdʑí pətʰó]) is a Buddhist temple located in BaganMyanmar. Largest of all the temples in Bagan, the Dhammayan as it is popularly known was built during the reign of King Narathu[1]:167 (1167-1170). Narathu, who came to the throne by assassinating his father Alaungsithu and his elder brother, presumably built this largest temple to atone for his sins.[2]
The Dhammayangyi is the widest temple in Bagan, and is built in a plan similar to that of Ananda Temple.[3] Burmese chronicles state that while the construction of the temple was in the process, the king was assassinated by some Indians and thus the temple was not completed. Sinhalese sources however indicate that the king was killed by Sinhalese invaders.
The temple's interior is bricked up for unknown reasons, thus only the four porches and the outer corridors are accessible.[4]
Another Angle of the Dhammayangyi Temple

References[edit]

  1. Jump up^ Coedès, George (1968). Walter F. Vella, ed. The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
  2. Jump up^ DGE Hall. Burma (2008 ed.). Read Books. p. 22. ISBN 978-1-4437-2541-5.
  3. Jump up^ Pictorial Guide to Pagan. Rangoon: Ministry of Culture. 1975 [1955].
  4. Jump up^ Aung Thaw. Historical Sites in Burma (1972 ed.). Ministry of Culture. p. 60.

External links[edit]

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

03.09.2554 พระเจดีย์ชเวซานดอว์ (Shwesandaw Pagoda) เมืองพุกาม ภูมิภาคมัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

03.09.2553 Mingalaba Myanmar 9 : ได้มาไหว้ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ ไจ้ก์ทิโย (kyuik hti yu หรือ Kyaikhtiyo) บนยอดเขา Paung Laung เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา.

05.09.2553 Mingalaba Myanmar 19 : มาไหว้พระ ณ. วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (KYAUK HTAT GYI)